วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อย่าลืมสิ่งเหล่านี้

ทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน.......อย่าลืมคิดถึงสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำเหล่านี้

1. เครื่องประดับที่สวยที่สุดบนเรือนร่าง คือ รอยยิ้ม
2. งานที่ทำแล้วพอใจที่สุด คือ การช่วยเหลือผู้อื่น
3. ความสุขที่สุด คือ การให้
4. อาวุธร้ายแรงที่ต้องระมัดระวัง และเก็บรักษาให้ดีที่สุด คือ การพูดทำร้ายผู้อื่น
5. พลังยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จ คือ ความรัก
6. ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การทำร้ายตัวเอง
7. ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่จะต้องเอาชนะให้ได้ คือ ความกลัว
8. ยา นอนหลับที่ให้ผลดีที่สุด คือ ความสงบในใจ

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

10 อันดับคณะที่ตกสอบสัมภาษณ์มากที่สุด ของรับตรง 53 ม.ธรรมศาสตร์

อันดับ 10 คณะรัฐศาสตร์ ยอดฮิตของรั้วแม่โดมต้องคณะนี้เลย คนที่มาสัมภาษณ์คณะนี้ต้องแม่นการเมืองพอสมควร โดยรับตรงปีก่อนเข้ารอบมา 170 คน แต่สามารถชนะใจกรรมการไปได้เพียง 161 คนเท่านั้น สรุปถูกคัดออกไป 9 คน

อันดับ 9 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ถูกขนานนามว่าเป็นคณะที่เต็มไปด้วยหนุ่มใจดี สาวใจบุญ แต่ดูเหมือนอาจารย์สอบสัมภาษณ์คณะนี้จะไม่ใจดีเท่าไหร่ เพราะรับตรงปีที่ผ่านมา คัดออกรอบสัมภาษณ์ไปถึง 23 คนจาก 146 คน เหลือ 123 คนเท่านั้น

อันดับ 8 คณะศิลปกรรมศาสตร์ เด่นสุดๆ เรื่องการละคอน และออกแบบ ที่สำคัญน้องๆ ที่มาสอบสัมภาษณ์คณะนี้แฟ้มผลงานต้องเด็ดสะระตี่มากๆ ด้วย ไม่งั้นอาจไม่ได้ไปต่อ ดูจากปีที่แล้วที่ถูกตัดคัดออกไปถึง 25 คน กรี๊ดๆๆ


อันดับ 7 คณะนิติศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นคณะขั้นเทพที่หลายคนขนาดนามว่าสอบสัมภาษณ์โหดสุดๆ พูดต้องรู้เรื่อง เหตุการณ์บ้านเมืองต้องรู้ ปีที่แล้วผ่านข้อเขียนมา 371 คน แต่ได้ไปต่อเพียง 337 คนเท่านั้น หรือมีผู้ตกสัมภาษณ์ไป 34 คนนั้นเอง

อันดับ 6 คณะสาธารณสุขศาสตร์ น้องๆ สายวิทย์ที่อยากเรียนคณะนี้เตรียมหนาวได้เลย เพราะถึงแม้คณะนี้จะไม่มีวิชาเอกในตอนรับ แต่ก็คัดออกมากที่สุดเป็นอันดับ 6 โดยปีที่แล้วมีคนเข้าไปสอบสัมภาษณ์ 122 คน แต่ผ่านแค่ 69 คนเท่านั้น !!

อันดับ 5 คณะสหเวชศาสตร์ มาแรงตีคู่มาพร้อมกับคณะอันดับก่อนหน้าทุกปี แต่ปีนี้คณะสหเวชศาสตร์ขอมามาดโหดกว่า ปรับตกเด็กที่มาสอบสัมภาษณ์ไปถึง 67 คน จากทั้งหมด 107 คน งานนี้สาขากายภาพบำบัดมาวินถูกปรับตกเยอะที่สุด

อันดับ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี อกอีแป้นจะแตกที่ได้ยินชื่อคณะนี้ เพราะเป็นคณะที่หลายถวายหัวเพื่อแลกกับการเข้าไปเรียน สำหรับคณะนี้มีรุ่นพี่หลายคนแอบบอกมาว่า กรรมการสัมภาษณ์บางปีมีตั้ง 5 คน มิน่าล่ะปีที่แล้วมีเด็กตกสัมภาษณ์คณะนี้ไปถึง 69 คน โอ้ๆ จะเป็นลม - -"

อันดับ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และผังเมือง เด็กแอดมิชชั่น 54 ที่จะไปสอบสัมภาษณ์รับตรงคณะนี้ เตรียมแฟ้มผลงานใหญ่ไปได้เลย เคยวาดอะไร ออกแบบสิ่งไหน ขนไปให้หมด เพราะแล้วกรรมการท่าจะโหดพอสมควร ถึงปรับตกสัมภาษณ์ไปถึง94 คน จ๊ากๆๆ

อันดับ 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะนี้ดาวสวย เดือนหล่อทุกปี แต่อาจารย์ประจำคณะก็แอบเชือดนิ่มๆ นะเนี่ย เพราะปีที่แล้วปรับตกสัมภาษณ์ไปสูงถึง 128 คนจาก 250 คน ซึ่งสาเหตุที่ยอดสูงแบบนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเป็นคณะที่มีสาขาเยอะแยกย่อย ซึ่งสาขาที่มาวินตกเยอะที่สุดคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร

อันดับ 1 คณะเศรษฐศาสตร์ อยากรู้จังว่าคณะนี้กรรมการสอบสัมภาษณ์คณะนี้ถามอะไรบ้างนะ ปีที่แล้วถึงตกเหวสอบสัมภาษณ์ไปถึง 139 คน (โอ้มายก๊อต) และนับเป็นคณะที่มียอดตกสูงที่สุดในการรับตรงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเท่าที่ไปแอบสืบจากรุ่นพี่ๆ คณะนี้มาก็ล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “แฟ้มโดน พูดดี บุคลิกเด่น” ถึงจะรอดคร๊าบ



อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/admissions/21559/10-คณะที่ตกสัมภาษณ์มากที่สุด-ของรับตรง-มธ.รับตรง-54.php#ixzz15gmcUzQ3

วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ความเป็นจริงของชีวิต.....







วัยรุ่น : มีเวลา + มีกำลัง... แต่ไม่มีเงิน

วัยทำงาน : มีเงิน +มีกำลัง....แต่ไม่มีเวลา

วัยชรา : มีเวลา +มีเงิน....แต่ไม่มีกำลัง

จงทำแต่พอดี.....ในตอนที่ยังมี กำลัง

อย่าโหมงานหนักจน.....ไม่มี เวลา

แม้จะได้ เงิน มา....แต่อาจไม่ได้ใช้

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

คำของปราชญ์จีน‏‏


" ชมคนด้วยวาจา...มีค่ายิ่งกว่ามอบไข่มุกให้เป็นของขวัญ
ทำร้ายคนด้วยวาจา...สาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทงด้วยหอกดาบ.."
"ซุนวู"


" คนอื่นช่วยเรา...เราจะจำไว้ชั่วชีวิต
เราช่วยคนอื่น...จงอย่าจำใส่ใจ "
"ฮั่วหลัวเกิง"


" มีชีวิตอย่างไร้คุณธรรม
มิสู้ตายอย่างมีคุณธรรม
ได้มาด้วยความคดโกง
มิสู้ยอมเสียอย่างซื่อตรง..."
"หวังติ้งเป่า"


" น้ำใสสะอาดเกินไป...ย่อมไร้ซึ่งมัจฉา
คนที่เข้มงวดเกินไป......ย่อมไร้ซึ่งบริวาร "
"ปันกู้"


" ความไม่พอใจ...ความกลัดกลุ้มหงุดหงิด
ควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราฮึดสู้มากยิ่งขึ้น
ไม่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เราท้อแท้ ..ห่อเหี่ยวยอมจำนน
ต่ออุปสรรค์..."
"หลี่ต้าเจา"


" ในชีวิตของเรา..มิตรภาพเปรียบเสมือนโคมส่องสว่าง
ดวงหนึ่ง....ซึ่งสาดส่องจิตวิญญาณของเราให้สว่างไสว
ทำให้ชีวิตของเรามีแสงสีอันงดงาม.."
"ปาจิน"

๗.
" ตัวสกปรกก็คิดจะอาบน้ำ เท้าสกปรกก็คิดจะล้างเท้า
แต่ใจสกปรก กลับไม่คิดที่จะชำระใจ..."
"หยางว่านหลี่"

๘.
" สุขสบายเกินไป..เส้นสายก็พลอยหย่อนยาน
จิตใจก็พลอยขลาดกลัว"
"หูหลินอี้"

๙.
" พูดน้อย กลุ้มน้อย ตัณหาน้อย นอนน้อย...
....ถ้าสี่อย่างนี้น้อย ก็ใกล้จะเป็นเซียนแล้ว"
"ซุนซือเหมี่ยว"

๑๐.
" คนที่เชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป...
เป็นคนที่โดดเดี่ยวอ้างว้างที่สุด!"
"ลู่ซู"

๑๑.
" ไม่มีอะไรแย่เท่ากับควา มเย่อหยิ่งอวดดี....
ผู้ที่คิดว่าตัวเองไม่ดีพอ คือ คนที่ดีพอ...
ผู้ที่คิดว่าตัวเองดีแล้ว คือ ผู้ที่ดีไม่พอ...!"
"ฟังเสี้ยวหยู"

๑๒.
" ต้องกล้าที่จะมองความจริง...
แม้ว่าความจริงอาจจะทำให้เราเจ็บปวดมากๆ"
"จางจื้อซิน"

๑๓.
" ความอิจฉา เป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพ...
ความระแวงสงสัย..เป็นศัตรูตัวร้ายกาจของความรัก...
...ความรักถ้าปราศจากความซื่อสัตย์จริงใจต่อกันเสียแล้ว
ก็ไม่อาจเชื่อถือซึ่งกันและกันได้"
"ซุนยาง"

๑๔
" ยามมีควรคิดถึงความจน...
....ยามจนไม่ควรคิดถึงยามมี..!"
"เจิงก่วงเสียนเหวิน"

๑๕
" อย่าทำความชั่ว เพราะคิดว่าผิดนิดเดียว...
อย่าละเว้นการทำความดี...
เพราะคิดว่าได้บุญกุศลแค่นิดเดียว..."
"เผยสงจือ"

๑๖
" รู้เหตุผลไม่อับจน รู้กาละไม่ถูกด่า รู้ประหยัดไม่ขัดสน "
"ซูลิน"

๑๗
" ใช้จิตใจที่ชอบตำหนิผู้อื่น...มาตำหนิตัวเอง.....
ใช้จิตใจที่ชอบให้อภัยตัวเอง...ให้อภัยผู้อื่น.."
"เจิงจิ้นเสียนเหวิน"

๑๘
" ขี้เกียจแล้วยังฟุ่มเฟือย...ย่อมยากจน
ขยันและประหยัด..ย่อมร่ำรวย.."
"ก่วนจ้ง"

๑๙
"…สูงส่งแต่ไม่เย่อหยิ่ง ชนะแต่ไม่ลำพอง
ปราดเปรื่องแต่รู้จักลงเวที เข้มแข็งแต่มีความอดกลั้น.."
"ขงเบ้ง"

๒๐
"..ก่อนที่จะเอาชนะคนอื่น...จักต้องเอาชนะตัวเอง
ให้ได้เสียก่อน
ก่อนที่จะว่าคนอื่น...ควรพิจารณาดูตัวเองเสียก่อน
ก่อนหน้าที่จะรู้จักคนอื่น...ควรจะรู้จักตัวเองเสียก่อน.."
"หลี่ปุ๊เหว่ย"

๒๑
" ผู้ที่รู้จักคนอื่นเป็นคนฉลาด.....ผู้ที่รู้จักตัวเอง เป็นคนมีสติ.."
"เล่ าจื้อ"

๒๒
" การตกระกำลำบากเป็นมหาวิทยาลัยชั้นสูงในการฝึกฝนยอดคน..!!"
"เหลียงฉี่เชา"

๒๓
" สิ่งที่ตัวเราไม่ชอบ ...จงอย่าทำกับคนอื่น.."
"ขงจื้อ"

๒๔.
" คนที่ทำได้อาจพูดไม่ได้...คนที่พูดได้อาจทำไม่ได้.!!"
"ซือหม่าเชียน"

๒๕.
" คนเราหนีไม่พ้นความตาย...แต่ความหมายการตายนั้น
ไม่เหมือนกัน...
บ้างมีค่าหนักกว่าขุนเขา...บ้างไร้ค่าเบากว่าขนนก...!"
"ซือหม่าเชียน"

ทนายสุรชัย

คัดลอกจาก " มติชนออนไลน์

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นิทานเซน :รสชาติของเกลือ‏

อาจารย์เซนผู้หนึ่งมีศิษย์ที่ชอบร้องทุกข์คร่ำครวญอยู่คนหนึ่ง และเนื่องจากทัศนะคติที่คับแคบนี้เอง ทำให้ศิษย์ผู้นี้มักจะมีแต่ความทุกข์กังวล จิตใจไม่เป็นสุข

วันหนึ่ง อาจารย์เซนสั่งให้ศิษย์คนดังกล่าวไปตลาดซื้อเกลือมาถุงหนึ่ง เมื่อศิษย์กลับมาจึงสั่งให้นำเกลือมาหยิบมือหนึ่ง โปรยลงไปในแก้วบรรจุน้ำ แล้วให้ศิษย์ดื่มลงไป พลางกล่าวถามว่า “รสชาติของน้ำเป็นอย่างไร?”
“เค็มจนขม” ศิษย์ตอบด้วยใบหน้าเหยเก

จากนั้น อาจารย์เซนได้พาศิษย์ไปยังริมทะเลสาบ สั่งให้นำเกลือที่เหลือโปรยลงไปในทะเลสาบจนหมดสิ้น แล้วกล่าวว่า “ลองดื่มน้ำจากทะเลสาบดูสิ” ศิษย์จึงก้มตัวลงไปวักน้ำจากทะเลสาบขึ้นมาดื่ม

อาจารย์เซนถามอีกว่า “คราวนี้รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง?”
ศิษย์ตอบว่า “รสชาติหวานสะอาด บริสุทธิ์ยิ่ง”
“ยังมีรสเค็มหรือไม่?” อาจารย์ถามต่อ
“ไม่มี” ศิษย์ตอบ

อาจารย์เซนได้ฟัจึงผงกศีรษะเล็กน้อย ยิ้มพลางเอ่ยสืบไปว่า “ความทุกข์ในชีวิตคนเราก็เป็นดั่งเกลือ มันจะมีรสเค็มหรือรสจืด ล้วนขึ้นอยู่กับภาชนะที่รองรับ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะเป็นน้ำหนึ่งแก้ว หรือเป็นลำน้ำสายหนึ่ง”

ปัญญาเซน : คนเรา หากต้องการใช้ชีวิตบนโลกอย่างมีความสุข ทุกข์น้อย วิธีการคือต้องลดความทุกข์ เปิดใจให้กว้าง เมตตาต่อตนเอง อดกลั้นต่อผู้อื่น จึงจะมีชีวิตที่สุขสบาย ดำเนินชีวิตด้วยความเยือกเย็น นิ่งสงบ ไม่เร่งร้อน

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Tomorrow is a new day

Sometimes we do not feel
like we want to feel
Sometimes we do not achieve
what we want to achieve
Sometimes things that happen
do not make sense
Sometimes life leads us in directions
that are
beyond our control
It is at these times, most of all
that we need someone
who will quietly understand us
and be there to support us
I want you to know
that I am here for you
in every way
and remember that though
things may be difficult now
tomorrow is a new day


-Poem by Susan Polis Schutz

Benefits of fruits and vegetables.

กระเจี๊ยบเขียว
ต้มลวกจิ้มน้ำพริก มีสารเมือกลื่นพวกแพ็กติน และกัม จะช่วยเคลือบกระเพาะอาหารลำไส้ เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับพยาธิ บำบัดรักษาโรคพยาธิตัวจื๊ด แก้อาการแผลในกระเพาะอาหาร

กระเจี๊ยบแดง
มีวิตามินเอสูงมาก ใช้ต้มน้ำดื่ม ช่วยลดไขมันในเลือด แก้ไอ ดับกระหาย รักษานิ่ว ช่วยขับปัสสาวะ ขจัดเสมหะ และช่วยย่อยอาหาร
ใบบัวบก
เป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ใช้ใบสดจิ้มน้ำพริก หรือต้มน้ำดื่ม สรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดความดัน ช่วยบำรุงผิวพรรณสมานแผล แก้ท้องเสีย รักษาอาการอาเจียนเป็นเลือด
ตะไคร้
พืชผักสมุนไพร มีไนอะซิน เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี วิตามินบี มีสรรพคุณทางยา คือ ช่วยขับลม แก้จุกเสียด ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาหารไม่ย่อย ป้องกันโรคนิ่ว แก้โรคซึมเศร้า บำบัดรักษาโรคเบาหวาน แก้ปวดหลัง ปวดเอว
ใบชะพลู
มีวิตามินเอสูงมาก และอุดมไปด้วยแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี เส้นใย และแร่ธาตุอื่น ๆ ใบชะพลูกินสด และใช้ปรุงใส่แกงต่าง ๆ ได้ มีประโยชน์ทางยาหลายประการ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันมะเร็งปอด แก้เบื่ออาหาร กระตุ้นให้เลือดลมเดินสะดวก ใบชะพลูมีสารออกซาเลต ซึ่งถ้าร่างกายรับเข้าไปมากจะทำให้เกิดนิ่วในไตได้
ข่า
เป็นพืชสมุนไพร ใช้ปรุงอาหารช่วยในการดับรสคาว มีสรรพคุณทางยา ช่วยบรรเทาท้องอืดท้องเฟ้อ
กระชาย
เป็นพืชสมุนไพร ใช้ปรุงอาหาร สรรพคุณทางยา แก้บิดมูกเลือด แก้ท้องเดิน ช่วยบำรุงหัวใจ เพิ่มกำลังวังชา
ขิง
ขิงสดมีสรรพคุณเป็นยาดีหลายทาง บำรุงกระเพาะและลำไส้ แก้โรคเบื่ออาหาร กินข้าวไม่ลง แก้ไอ แก้คลื่นไส้อาเจียน ขับเหงื่อ ขับลม แก้โรคไอหอบ ขิงแก่ต้มซุป เอาน้ำดื่ม แก้มือเท้าแข็งชา แน่นท้อง แน่นอก แก้จุกเสียด





สะระแหน่

มีฤทธิ์เย็นเผ็ด ช่วยแก้หวัด คัดจมูก แก้อาการแน่นหน้าอก รักษาอาการเจ็บตา ตาฝ้าฟาง แก้เจ็บคอเจ็บลิ้น แก้หอบหืด หลอดลมอักเสบ แก้เลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ
พริก
พริกมีสรรพคุณมากมาย เป็นเสมือนยาช่วยขับพยาธิ แก้โรคเบื่ออาหาร ช่วยขับเหงื่อ แก้ไอ แก้หวัด รักษาอาการมือเท้าบวม แก้หนาว เพราะช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย
สะตอ
มีวิตามินแก่ธาตุหลายชนิด เด่นทางช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน ช่วยขับปัสสาวะ
ชะอม
มีวิตามินเอสูง กินได้ทั้งสดหรือลวก สรรพคุณทางยาของชะอมช่วยป้องกันมะเร็ง และบำรุงสายตา
มะกรูด
ใบมะกรูดมีแคลเซียมสูง มีวิตามินเอ เหล็ก ฟอสฟอรัส ผิวมะกรูดก็มีแร่ธาตุมากมาย มะกรูดช่วยขับลม แก้ปวดท้อง รักษาโรคเหงือก โรคฟัน
ขี้เหล็ก
นำมาแกงได้หลายเมนู ยอดและดอกอ่อนก็แกงได้ มีสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาโรคนิ่ว ขับปัสสาวะ แก้โรคนอนไม่หลับ บำบัดรักษาระดูขาว
เซเลอรี่
เซเลอรี่ ขึ้นฉ่ายฝรั่งรสชาติดีมีแคลเซียมสูง มีโซเดียมต่ำ คนที่เป็นโรคไตจึงกินได้ ช่วยขับลมในกระเพาะและลำไส้ ช่วยลดความดันโลหิต
บร็อกโคลี่
ช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันการแข็งตัวของเกล็ดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็งปิด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้เพราะมีสารซับเฟอราเฟน
บีทรูท
หัวผักกาดที่อยู่ใต้ดินชนิดหนึ่ง มีทรงกลมป้อม เปลือกดำ เนื้อสีแดงเลือดหมู หรือม่วงแดง เมื่อปอกสีจะติดมือ เป็นผักเมืองหนาว ต้นกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betavalgaris ปัจจุบันนี้บีทรูทสามารถปลูกได้ในแถบภาคเหนือของไทยมีสารเบทานิน บำบัดโรคมะเร็งได้ ช่วยรักษาอาการปวดหัว ปวดฟัน แก้ไอ แก้เจ็บคอ ช่วยบำรุงไต บำรุงน้ำดี ล้างพิษสุรา เป็นยาระบาย บำรุงเลือดลมและเสริมสร้างภูมิต้านทาน
วอเตอร์เครส
ออกมาในช่วงฤดูหนาว นิยมกินกับสลัด ทำแกงจืดและแซนด์วิช มีสรรพคุณทางยา ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตก ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และช่วยดูแลเยื่อลุ้มไขสันหลังของทารกไม่ให้เกิดภาวะผิดปกติ
ใบยอ
ช่วยแก้ไอ แก้เจ็บคอ แก้บิด แก้ท้องร่วง บำบัดบรรเทาอาการปวดเหงือก หรือเหงือกบวม
ผักกูด
มีวิตามินเอสูง อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือด บำรุงสายตา กระตุ้นภูมิต้านทาน
ผักกาดแก้ว
อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน กินแล้วสายตาดี หลับสบาย ช่วยแก้โรคนอนไม่หลับ บำรุงประสาท แก้ท้องผูก บำบัดอาการโรคโลหิตจางเพราะมีเฮโมโกลบิน
ใบแมงลัก
กินสดหรือใส่แกง แกงเลียง ช่วยแก้ท้องเดิน แก้หวัด รักษาอาการหลอดลมอักเสบ แก้ไอ ช่วยขับเหงื่อ ขับลม