กระเจี๊ยบเขียว
ต้มลวกจิ้มน้ำพริก มีสารเมือกลื่นพวกแพ็กติน และกัม จะช่วยเคลือบกระเพาะอาหารลำไส้ เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับพยาธิ บำบัดรักษาโรคพยาธิตัวจื๊ด แก้อาการแผลในกระเพาะอาหาร
กระเจี๊ยบแดง
มีวิตามินเอสูงมาก ใช้ต้มน้ำดื่ม ช่วยลดไขมันในเลือด แก้ไอ ดับกระหาย รักษานิ่ว ช่วยขับปัสสาวะ ขจัดเสมหะ และช่วยย่อยอาหาร
ใบบัวบก
เป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ใช้ใบสดจิ้มน้ำพริก หรือต้มน้ำดื่ม สรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดความดัน ช่วยบำรุงผิวพรรณสมานแผล แก้ท้องเสีย รักษาอาการอาเจียนเป็นเลือด
ตะไคร้
พืชผักสมุนไพร มีไนอะซิน เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี วิตามินบี มีสรรพคุณทางยา คือ ช่วยขับลม แก้จุกเสียด ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาหารไม่ย่อย ป้องกันโรคนิ่ว แก้โรคซึมเศร้า บำบัดรักษาโรคเบาหวาน แก้ปวดหลัง ปวดเอว
ใบชะพลู
มีวิตามินเอสูงมาก และอุดมไปด้วยแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี เส้นใย และแร่ธาตุอื่น ๆ ใบชะพลูกินสด และใช้ปรุงใส่แกงต่าง ๆ ได้ มีประโยชน์ทางยาหลายประการ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันมะเร็งปอด แก้เบื่ออาหาร กระตุ้นให้เลือดลมเดินสะดวก ใบชะพลูมีสารออกซาเลต ซึ่งถ้าร่างกายรับเข้าไปมากจะทำให้เกิดนิ่วในไตได้
ข่า
เป็นพืชสมุนไพร ใช้ปรุงอาหารช่วยในการดับรสคาว มีสรรพคุณทางยา ช่วยบรรเทาท้องอืดท้องเฟ้อ
กระชาย
เป็นพืชสมุนไพร ใช้ปรุงอาหาร สรรพคุณทางยา แก้บิดมูกเลือด แก้ท้องเดิน ช่วยบำรุงหัวใจ เพิ่มกำลังวังชา
ขิง
ขิงสดมีสรรพคุณเป็นยาดีหลายทาง บำรุงกระเพาะและลำไส้ แก้โรคเบื่ออาหาร กินข้าวไม่ลง แก้ไอ แก้คลื่นไส้อาเจียน ขับเหงื่อ ขับลม แก้โรคไอหอบ ขิงแก่ต้มซุป เอาน้ำดื่ม แก้มือเท้าแข็งชา แน่นท้อง แน่นอก แก้จุกเสียด
สะระแหน่
มีฤทธิ์เย็นเผ็ด ช่วยแก้หวัด คัดจมูก แก้อาการแน่นหน้าอก รักษาอาการเจ็บตา ตาฝ้าฟาง แก้เจ็บคอเจ็บลิ้น แก้หอบหืด หลอดลมอักเสบ แก้เลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ
พริก
พริกมีสรรพคุณมากมาย เป็นเสมือนยาช่วยขับพยาธิ แก้โรคเบื่ออาหาร ช่วยขับเหงื่อ แก้ไอ แก้หวัด รักษาอาการมือเท้าบวม แก้หนาว เพราะช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย
สะตอ
มีวิตามินแก่ธาตุหลายชนิด เด่นทางช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน ช่วยขับปัสสาวะ
ชะอม
มีวิตามินเอสูง กินได้ทั้งสดหรือลวก สรรพคุณทางยาของชะอมช่วยป้องกันมะเร็ง และบำรุงสายตา
มะกรูด
ใบมะกรูดมีแคลเซียมสูง มีวิตามินเอ เหล็ก ฟอสฟอรัส ผิวมะกรูดก็มีแร่ธาตุมากมาย มะกรูดช่วยขับลม แก้ปวดท้อง รักษาโรคเหงือก โรคฟัน
ขี้เหล็ก
นำมาแกงได้หลายเมนู ยอดและดอกอ่อนก็แกงได้ มีสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาโรคนิ่ว ขับปัสสาวะ แก้โรคนอนไม่หลับ บำบัดรักษาระดูขาว
เซเลอรี่
เซเลอรี่ ขึ้นฉ่ายฝรั่งรสชาติดีมีแคลเซียมสูง มีโซเดียมต่ำ คนที่เป็นโรคไตจึงกินได้ ช่วยขับลมในกระเพาะและลำไส้ ช่วยลดความดันโลหิต
บร็อกโคลี่
ช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันการแข็งตัวของเกล็ดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็งปิด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้เพราะมีสารซับเฟอราเฟน
บีทรูท
หัวผักกาดที่อยู่ใต้ดินชนิดหนึ่ง มีทรงกลมป้อม เปลือกดำ เนื้อสีแดงเลือดหมู หรือม่วงแดง เมื่อปอกสีจะติดมือ เป็นผักเมืองหนาว ต้นกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betavalgaris ปัจจุบันนี้บีทรูทสามารถปลูกได้ในแถบภาคเหนือของไทยมีสารเบทานิน บำบัดโรคมะเร็งได้ ช่วยรักษาอาการปวดหัว ปวดฟัน แก้ไอ แก้เจ็บคอ ช่วยบำรุงไต บำรุงน้ำดี ล้างพิษสุรา เป็นยาระบาย บำรุงเลือดลมและเสริมสร้างภูมิต้านทาน
วอเตอร์เครส
ออกมาในช่วงฤดูหนาว นิยมกินกับสลัด ทำแกงจืดและแซนด์วิช มีสรรพคุณทางยา ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตก ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และช่วยดูแลเยื่อลุ้มไขสันหลังของทารกไม่ให้เกิดภาวะผิดปกติ
ใบยอ
ช่วยแก้ไอ แก้เจ็บคอ แก้บิด แก้ท้องร่วง บำบัดบรรเทาอาการปวดเหงือก หรือเหงือกบวม
ผักกูด
มีวิตามินเอสูง อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือด บำรุงสายตา กระตุ้นภูมิต้านทาน
ผักกาดแก้ว
อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน กินแล้วสายตาดี หลับสบาย ช่วยแก้โรคนอนไม่หลับ บำรุงประสาท แก้ท้องผูก บำบัดอาการโรคโลหิตจางเพราะมีเฮโมโกลบิน
ใบแมงลัก
กินสดหรือใส่แกง แกงเลียง ช่วยแก้ท้องเดิน แก้หวัด รักษาอาการหลอดลมอักเสบ แก้ไอ ช่วยขับเหงื่อ ขับลม
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2553
เจ็ดวันอันควรงดเว้นจากการกินเนื้อสัตว์
แม้ว่าจะมีผู้คนจำนวนมากที่ยังคงเข่นฆ่ากินเลือดกินเนื้อสัตว์ทุกวัน แต่อย่างน้อยที่สุดควรหยุดคิดสักนิดให้เห็นถึงความสำคัญของวันทั้ง 7 ที่ควรงดเว้นเนื้อสัตว์เพื่อเป็นมงคลชีวิตสู่ความสำเร็จของตนเองและครอบครัว ถือเป็นมหากุศลและเมตตาธรรมสูงสุด
กินเจในวันเกิดของตนเองวันที่เราได้เกิดมามีชีวิตไม่ควรทำลายผู้อื่น สัตว์ทั้งหลายเมื่อถือกำเนิดมาบนโลกต่างก็อยากมีชีวิตอยู่ยืนยาว เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่ไปฆ่าผู้อื่นแล้วกินเลือดกินเนื้อเขาเพื่อฉลองวันเกิดของตนเองซึ่งเป็นการตัดทอนอายุขัยของผู้อื่นให้สั้นลงแล้วจะหวังให้ตนเองมีอายุยืนยาวได้อย่างไร
กินเจในวันเกิดของลูกหลานในวันเกิดของลูกหลานวันที่ชีวิตใหม่ถือกำเนิดผู้เป็นพ่อแม่ต่างชื่นชมยินดีเป็นที่สุด ลูกของเราเรารักดังแก้วตาดวงใจยามลูกนอนก็คอยปัดเป่าพัดวีแม้แต่ยุง เหลือบ ริ้น ไร มิยอมให้ขบกัด สัตว์ทุกตัวก็รักลูกของเขาเช่นเดียวกับมนุษย์ ดวงใจของผู้เป็นพ่อแม่ ไม่มีแบ่งแยกว่าเป็นมนุษย์หรือสัตว์ ลูกของใครใครก็รักเพราะฉะนั้นวันที่เราได้ลูกต่างสุดแสนดีใจแล้วทำไมจึงต้องทำให้ผู้อื่นเสียใจที่ลูกต้องตายจากไป
กินเจในวันแต่งงานหรือวันมงคลสมรสวันแต่งงานหรือวันมงคลสมรสเป็นวันที่มีความหมายอย่างยิ่งในชีวิต ในชั่วชีวิตของแต่ละคนจะมีงานมงคลนี้เพียงครั้งเดียว ทุกคนเมื่อแต่งงานกันแล้วต่างก็อยากมีชีวิตที่ยั่งยืนได้ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า คู่รักของใครต่างก็รักและหวงแหนไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำอันตราย สัตว์ก็มีคู่ชีวิตรู้จักรักและหวงแหนเช่นกัน หากวันที่เราได้คู่ชีวิตมาเคียงข้างกลับเป็นวันที่เราพรากชีวิตคู่ของผู้อื่นมานั้นมันช่างไม่ยุติธรรมเลย ดังนั้นวันที่เราแต่งงานได้คู่ครองจึงไม่ควรพราดชีวิตสัตว์อื่น
กินเจในวันงานเลี้ยงเพื่อนฝูงญาติมิตรในโอกาสจัดงานเลี้ยงสังสรรค์รับรองเพื่อนฝูงญาติมิตรทุกคนที่มาร่วมชุมนุมต่างปลื้มปีติที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง โอกาสที่น่ายินดีเช่นนี้เราไม่ควรใช้ชีวิตเลือดเนื้อของผู้อื่นมาเลี้ยงฉลองเพราะขณะที่เราดีใจที่ฉลองด้วยเลือดเนื้อผู้อื่น แต่สัตว์ทั้งหลายต่างโศกเศร้าเสียใจที่ต้องตายจากกันไป หากจัดเลี้ยงเพื่อนฝูงด้วยอาหารพืชผักและผลไม้ถือได้ว่าเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ที่บังเกิดขึ้นแก่เพื่อนฝูงผู้มาร่วมงานซึ่งถือว่าเป็นความปีติยินดีให้แก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
กินเจในวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษผู้ที่มีความกตัญญูที่แท้จริงไม่พึงกระทำอย่างยิ่งในงานบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ผู้ที่เราเคารพรัก ทุกคนรู้สึกโศกเศร้าเสียใจที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ฉะนั้นในงานศพจึงไม่ควรทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องตายตามไปด้วย ดวงวิญญาณของคนที่เขาเคารพรักเหล่านั้นย่อมจะจากไปโดยไม่มีความสงบสุขแน่หากรู้ว่างานศพของตนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้อื่นต้องล้มตายลงอย่างมากมาย
กินเจในงานทำบุญสร้างกุศลทุกโอกาสคนเรามีโอกาสประสบสิ่งดีๆ ในชีวิตมีโอกาสที่ได้สร้างบุญกุศลอยู่เสมอ เช่น วันขึ้นปีใหม่หรือวันทำบุญอื่นๆ การจัดงานทำบุญในวันเหล่านี้ทุกคนต่างก็มุ่งหวังให้ตนมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่ง ให้มีชีวิตที่ดีได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป ฉะนั้นในงานสร้างบุญกุศลทุกงานจึงไม่สมควรเลี้ยงพระ เณร แขกเหรื่อและเพื่อนฝูงด้วยชีวิตและความตายของสัตว์ เพราะเหตุนี้ในโอกาลงานบุญงานกุศลที่เราทุกคนปรารถนาแต่ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าอยู่เย็นเป็นสุขจึงไม่ควรสร้างบาปซึ่งเป็นเหตุให้ชีวิตผู้อื่นต้องตาย
กินเจในโอกาสขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสที่ไปกราบไหว้สักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าพระองค์ใดก็ตาม ทุกคนควรชำระล้างปาก ลิ้น ให้สะอาดด้วยการกินเจ กระทำตนให้สะอาดทั้งกายวาจาและจิตใจ เมื่อนั้นก็จะบังเกิดความสุขความเจริญเป็นสิริมงคลแก่ตัวเราเอง การถวายเครื่องสักการะอื่นใดแม้จะมีราคาแพงสักเท่าไรมันก็เป็นเพียงวัตถุสิ่งของเท่านั้น ขอให้ทุกคนจงนำเอา “จิตใจอันดีงาม” ซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของทุกๆ คนออกมาถวายเป็นเครื่องสักการะต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์เบื้องบน จิตใจที่มีแต่ความบริสุทธิ์ดีงามของมนุษย์นี่แหละเป็นเครื่องสักการะอันล้ำค่าที่สุด
กินเจในวันเกิดของตนเองวันที่เราได้เกิดมามีชีวิตไม่ควรทำลายผู้อื่น สัตว์ทั้งหลายเมื่อถือกำเนิดมาบนโลกต่างก็อยากมีชีวิตอยู่ยืนยาว เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่ไปฆ่าผู้อื่นแล้วกินเลือดกินเนื้อเขาเพื่อฉลองวันเกิดของตนเองซึ่งเป็นการตัดทอนอายุขัยของผู้อื่นให้สั้นลงแล้วจะหวังให้ตนเองมีอายุยืนยาวได้อย่างไร
กินเจในวันเกิดของลูกหลานในวันเกิดของลูกหลานวันที่ชีวิตใหม่ถือกำเนิดผู้เป็นพ่อแม่ต่างชื่นชมยินดีเป็นที่สุด ลูกของเราเรารักดังแก้วตาดวงใจยามลูกนอนก็คอยปัดเป่าพัดวีแม้แต่ยุง เหลือบ ริ้น ไร มิยอมให้ขบกัด สัตว์ทุกตัวก็รักลูกของเขาเช่นเดียวกับมนุษย์ ดวงใจของผู้เป็นพ่อแม่ ไม่มีแบ่งแยกว่าเป็นมนุษย์หรือสัตว์ ลูกของใครใครก็รักเพราะฉะนั้นวันที่เราได้ลูกต่างสุดแสนดีใจแล้วทำไมจึงต้องทำให้ผู้อื่นเสียใจที่ลูกต้องตายจากไป
กินเจในวันแต่งงานหรือวันมงคลสมรสวันแต่งงานหรือวันมงคลสมรสเป็นวันที่มีความหมายอย่างยิ่งในชีวิต ในชั่วชีวิตของแต่ละคนจะมีงานมงคลนี้เพียงครั้งเดียว ทุกคนเมื่อแต่งงานกันแล้วต่างก็อยากมีชีวิตที่ยั่งยืนได้ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า คู่รักของใครต่างก็รักและหวงแหนไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำอันตราย สัตว์ก็มีคู่ชีวิตรู้จักรักและหวงแหนเช่นกัน หากวันที่เราได้คู่ชีวิตมาเคียงข้างกลับเป็นวันที่เราพรากชีวิตคู่ของผู้อื่นมานั้นมันช่างไม่ยุติธรรมเลย ดังนั้นวันที่เราแต่งงานได้คู่ครองจึงไม่ควรพราดชีวิตสัตว์อื่น
กินเจในวันงานเลี้ยงเพื่อนฝูงญาติมิตรในโอกาสจัดงานเลี้ยงสังสรรค์รับรองเพื่อนฝูงญาติมิตรทุกคนที่มาร่วมชุมนุมต่างปลื้มปีติที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง โอกาสที่น่ายินดีเช่นนี้เราไม่ควรใช้ชีวิตเลือดเนื้อของผู้อื่นมาเลี้ยงฉลองเพราะขณะที่เราดีใจที่ฉลองด้วยเลือดเนื้อผู้อื่น แต่สัตว์ทั้งหลายต่างโศกเศร้าเสียใจที่ต้องตายจากกันไป หากจัดเลี้ยงเพื่อนฝูงด้วยอาหารพืชผักและผลไม้ถือได้ว่าเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ที่บังเกิดขึ้นแก่เพื่อนฝูงผู้มาร่วมงานซึ่งถือว่าเป็นความปีติยินดีให้แก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
กินเจในวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษผู้ที่มีความกตัญญูที่แท้จริงไม่พึงกระทำอย่างยิ่งในงานบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ผู้ที่เราเคารพรัก ทุกคนรู้สึกโศกเศร้าเสียใจที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ฉะนั้นในงานศพจึงไม่ควรทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องตายตามไปด้วย ดวงวิญญาณของคนที่เขาเคารพรักเหล่านั้นย่อมจะจากไปโดยไม่มีความสงบสุขแน่หากรู้ว่างานศพของตนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้อื่นต้องล้มตายลงอย่างมากมาย
กินเจในงานทำบุญสร้างกุศลทุกโอกาสคนเรามีโอกาสประสบสิ่งดีๆ ในชีวิตมีโอกาสที่ได้สร้างบุญกุศลอยู่เสมอ เช่น วันขึ้นปีใหม่หรือวันทำบุญอื่นๆ การจัดงานทำบุญในวันเหล่านี้ทุกคนต่างก็มุ่งหวังให้ตนมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่ง ให้มีชีวิตที่ดีได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป ฉะนั้นในงานสร้างบุญกุศลทุกงานจึงไม่สมควรเลี้ยงพระ เณร แขกเหรื่อและเพื่อนฝูงด้วยชีวิตและความตายของสัตว์ เพราะเหตุนี้ในโอกาลงานบุญงานกุศลที่เราทุกคนปรารถนาแต่ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าอยู่เย็นเป็นสุขจึงไม่ควรสร้างบาปซึ่งเป็นเหตุให้ชีวิตผู้อื่นต้องตาย
กินเจในโอกาสขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสที่ไปกราบไหว้สักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าพระองค์ใดก็ตาม ทุกคนควรชำระล้างปาก ลิ้น ให้สะอาดด้วยการกินเจ กระทำตนให้สะอาดทั้งกายวาจาและจิตใจ เมื่อนั้นก็จะบังเกิดความสุขความเจริญเป็นสิริมงคลแก่ตัวเราเอง การถวายเครื่องสักการะอื่นใดแม้จะมีราคาแพงสักเท่าไรมันก็เป็นเพียงวัตถุสิ่งของเท่านั้น ขอให้ทุกคนจงนำเอา “จิตใจอันดีงาม” ซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของทุกๆ คนออกมาถวายเป็นเครื่องสักการะต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์เบื้องบน จิตใจที่มีแต่ความบริสุทธิ์ดีงามของมนุษย์นี่แหละเป็นเครื่องสักการะอันล้ำค่าที่สุด
วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553
พระมหากษัตริย์
พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรก คือ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
มหาราชพระองค์แรกของไทย คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ปฐมกษัตริย์แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
บิดาแห่งวรรณกรรมไทย คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
นักดาราศาสตร์คนแรกของไทย คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้ริเริ่มใช้ รัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช)
องค์ผู้พระราชทานกำเนิดคณะลูกเสือแห่งชาติ คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
องค์ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแรก คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหากษัตริย์ไทยในพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ที่ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลาสั้นที่สุด คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลายาวนานที่สุด คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยพระองค์ปัจจุบัน และทรงเป็นประมุขแห่งรัฐที่มีพระชนมชีพอยู่และทรงอยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในโลก
พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ที่ทรงครองราชย์ข้ามทั้งพุทธศตวรรษและคริสต์ศตวรรษ คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
พระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลาสั้นที่สุด คือ สมเด็จพระเจ้าทองลัน โดยทรงครองราชย์ได้เพียง 7 วันเท่านั้น
มหาราชพระองค์แรกของไทย คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ปฐมกษัตริย์แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
บิดาแห่งวรรณกรรมไทย คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
นักดาราศาสตร์คนแรกของไทย คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้ริเริ่มใช้ รัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช)
องค์ผู้พระราชทานกำเนิดคณะลูกเสือแห่งชาติ คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
องค์ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแรก คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหากษัตริย์ไทยในพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ที่ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลาสั้นที่สุด คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลายาวนานที่สุด คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยพระองค์ปัจจุบัน และทรงเป็นประมุขแห่งรัฐที่มีพระชนมชีพอยู่และทรงอยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในโลก
พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ที่ทรงครองราชย์ข้ามทั้งพุทธศตวรรษและคริสต์ศตวรรษ คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
พระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลาสั้นที่สุด คือ สมเด็จพระเจ้าทองลัน โดยทรงครองราชย์ได้เพียง 7 วันเท่านั้น
วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553
ที่สุด(จังหวัด)ของประเทศไทย
-จังหวัดในประวัติศาสตร์ไทยที่มีชื่อเต็มยาวที่สุด และยังเป็นชื่อเมืองยาวที่สุดในโลก คือ กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ ภายหลังจัดตั้งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528
-จังหวัดที่มีชื่อเต็มยาวที่สุดในประเทศไทย คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
-จังหวัดที่ตั้งขึ้นใหม่ที่สุด คือ จังหวัดบึงกาฬ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2553 เป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย หรือเป็นจังหวัดที่ 76 ของประเทศไทย (หากไม่นับกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัด) * จังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ 20,494.0 ตร.กม.
-จังหวัดที่มีพื้นที่น้อยที่สุด คือ จังหวัดสมุทรสงคราม มีพื้นที่ 416.707 ตร.กม.
-จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอื่นมากที่สุด คือ จังหวัดตาก และจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดตากมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดต่างๆ 9 จังหวัดดังนี้ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และ จังหวัดลำปาง จังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดต่างๆ 9 จังหวัดดังนี้ จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเพชรบูรณ์
-จังหวัดที่มีระยะทางจากทิศเหนือถึงทิศใต้ยาวที่สุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จากอำเภอแม่อาย (ทิศเหนือ) ถึงอำเภออมก๋อย (ทิศใต้) มีระยะทางรวม 298 กิโลเมตร
-จังหวัดที่อำเภอปริมณฑลมากที่สุด คือ เชียงใหม่ ประกอบไปด้วย อำเภอสันทราย อำเภอหางดง อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสารภี อำเภอสันป่าตอง อำเภอแม่ริม อำเภอแม่ออน อำเภอแม่วาง อำเภอแม่แตง และอำเภอจอมทอง ซึ่งทำให้นครเชียงใหม่รองจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในปัจจุบัน
-จังหวัดที่มีอำเภอมากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 32 อำเภอ
-จังหวัดที่มีตำบลมากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 287 ตำบล
-จังหวัดที่มีเทศบาลมากที่สุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 114 เทศบาล
-จังหวัดที่มีอำเภอน้อยที่สุด คือ จังหวัดสมุทรสาคร,สมุทรสงคราม,ภูเก็ต จำนวน 3 อำเภอ
-จังหวัดที่มีอำเภอที่มีเขตติดต่อชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ทุกอำเภอ คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
-จังหวัดที่มีอำเภอที่มีเขตติดต่อกับทะเลด้านอ่าวไทยทุกอำเภอ คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
-จังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุด คือ จังหวัดระนอง
-จังหวัดที่มีชื่อเต็มยาวที่สุดในประเทศไทย คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
-จังหวัดที่ตั้งขึ้นใหม่ที่สุด คือ จังหวัดบึงกาฬ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2553 เป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย หรือเป็นจังหวัดที่ 76 ของประเทศไทย (หากไม่นับกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัด) * จังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ 20,494.0 ตร.กม.
-จังหวัดที่มีพื้นที่น้อยที่สุด คือ จังหวัดสมุทรสงคราม มีพื้นที่ 416.707 ตร.กม.
-จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอื่นมากที่สุด คือ จังหวัดตาก และจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดตากมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดต่างๆ 9 จังหวัดดังนี้ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และ จังหวัดลำปาง จังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดต่างๆ 9 จังหวัดดังนี้ จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเพชรบูรณ์
-จังหวัดที่มีระยะทางจากทิศเหนือถึงทิศใต้ยาวที่สุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จากอำเภอแม่อาย (ทิศเหนือ) ถึงอำเภออมก๋อย (ทิศใต้) มีระยะทางรวม 298 กิโลเมตร
-จังหวัดที่อำเภอปริมณฑลมากที่สุด คือ เชียงใหม่ ประกอบไปด้วย อำเภอสันทราย อำเภอหางดง อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสารภี อำเภอสันป่าตอง อำเภอแม่ริม อำเภอแม่ออน อำเภอแม่วาง อำเภอแม่แตง และอำเภอจอมทอง ซึ่งทำให้นครเชียงใหม่รองจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในปัจจุบัน
-จังหวัดที่มีอำเภอมากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 32 อำเภอ
-จังหวัดที่มีตำบลมากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 287 ตำบล
-จังหวัดที่มีเทศบาลมากที่สุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 114 เทศบาล
-จังหวัดที่มีอำเภอน้อยที่สุด คือ จังหวัดสมุทรสาคร,สมุทรสงคราม,ภูเก็ต จำนวน 3 อำเภอ
-จังหวัดที่มีอำเภอที่มีเขตติดต่อชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ทุกอำเภอ คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
-จังหวัดที่มีอำเภอที่มีเขตติดต่อกับทะเลด้านอ่าวไทยทุกอำเภอ คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
-จังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุด คือ จังหวัดระนอง
วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553
ไขปริศนา สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า
นักวิทยาศาสตร์เจ๋ง!! ไขปริศนา สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ ทำให้เรือและเครื่องบินเสียการควบคุม
10 ส.ค.นักวิทยาศาสตร์ สามารถไขความลับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ที่ก่อนหน้านี้เป็นปมปริศนาที่มันสามารถดูดกลืนเรือและเครื่องบินที่ผ่านบริเวณนั้นจนหายสาปสูญ จนมีผู้กล่าวขานสามเหลี่ยมดังกล่าวว่า สามเหลี่ยมผีสิง ที่จำนำพาไปสู่อีกมิติ
ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ การก่อตัวของก๊าซธรรมชาติ โดยเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ ทำให้เรือและเครื่องบินเสียการควบคุม ก่อนที่จะจมดิ่งสู่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ซึ่งศาสตราจารย์โจเซฟ โมนาแกน หนึ่งในสองผู้วิจัยงานศึกษาไขปริศนาดังกล่าว เสริมว่า บริเวณนั้น มีก๊าซมีเทนจำนวนมากปะทุเป็นฟองก๊าซขนาดใหญ่ แล้วแตกตัวเหนือบริเวณดังกล่าว
เมื่อก๊าซเหล่านี้ขึ้นสู่พื้นผิว มันจะทะยานสู่อากาศ และขยายตัวเป็นวงกว้าง แล้วก่อตัวเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ หากเรือลำใดแล่นผ่านมายังบริเวณนั้น แน่นอนว่าเรือก็จะเข้าไปในฟองก๊าซมีเทนขนาดใหญ่ จนทำให้เรือเสียการควบคุม และจมสู่ทะเลในที่สุด
รายงานยังระบุว่า หากฟองก๊าซมีขนาดใหญ่มากๆ ครอบคลุมความหนาแน่นระดับสูงเพียงพอ ยังสามารถทำให้เครื่องบินที่อยู่บนน่านฟ้า เหนือสามเหลี่ยมฯ เสียการควบคุม และดิ่งสงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว
10 ส.ค.นักวิทยาศาสตร์ สามารถไขความลับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ที่ก่อนหน้านี้เป็นปมปริศนาที่มันสามารถดูดกลืนเรือและเครื่องบินที่ผ่านบริเวณนั้นจนหายสาปสูญ จนมีผู้กล่าวขานสามเหลี่ยมดังกล่าวว่า สามเหลี่ยมผีสิง ที่จำนำพาไปสู่อีกมิติ
ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ การก่อตัวของก๊าซธรรมชาติ โดยเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ ทำให้เรือและเครื่องบินเสียการควบคุม ก่อนที่จะจมดิ่งสู่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ซึ่งศาสตราจารย์โจเซฟ โมนาแกน หนึ่งในสองผู้วิจัยงานศึกษาไขปริศนาดังกล่าว เสริมว่า บริเวณนั้น มีก๊าซมีเทนจำนวนมากปะทุเป็นฟองก๊าซขนาดใหญ่ แล้วแตกตัวเหนือบริเวณดังกล่าว
เมื่อก๊าซเหล่านี้ขึ้นสู่พื้นผิว มันจะทะยานสู่อากาศ และขยายตัวเป็นวงกว้าง แล้วก่อตัวเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ หากเรือลำใดแล่นผ่านมายังบริเวณนั้น แน่นอนว่าเรือก็จะเข้าไปในฟองก๊าซมีเทนขนาดใหญ่ จนทำให้เรือเสียการควบคุม และจมสู่ทะเลในที่สุด
รายงานยังระบุว่า หากฟองก๊าซมีขนาดใหญ่มากๆ ครอบคลุมความหนาแน่นระดับสูงเพียงพอ ยังสามารถทำให้เครื่องบินที่อยู่บนน่านฟ้า เหนือสามเหลี่ยมฯ เสียการควบคุม และดิ่งสงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว
ชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
ชาสมุนไพรลดเซลลูไลท์เพื่อสุขภาพ (Instant Beverage Green tea Extract)
-เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่น ประกอบด้วยส่วนผสมของหัวชาชั้นดี และสมุนไพรที่คัดสรรแล้ว
-ช่วยในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เปลี่ยนรูปเป็นพลังงาน ทั้งยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อและผิวหนังไว้ไม่ให้เหี่ยวย่น
-ช่วยชดเชยการออกกำลังกาย (ไม่ใช่ทดแทน) ร่างกายเราจะมีปริมาณการเผาผลาญที่สูงขึ้น ลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด
-ดื่มชาชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว จะเผาผลาญไขมันได้เท่ากับการวิ่งออกกำลังกาย 3 กิโล
-ช่วยลดส่วนเกินได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นไขมันหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา
-ช่วยลดเซลลูไลท์ที่อยู่บริเวณใต้คางหรือข้างแก้ม ทำให้หน้าเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
-ช่วยการขับสารพิษ และสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างในร่างกาย และช่วยทำความสะอาดระบบภายใน
-ช่วยในกระบวนการกำจัดไขมันคอเรสเตอรอลในหลอดเลือดซึ่งทำให้ลดภาวะความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงจากการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด
-ช่วยในการขับสารพิษ และสารอนุมูลอิสระ จึงส่งผลในการป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็งและโรคความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
-ช่วยทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เนื่องจากมีผลในการกระตุ้นการทำงานระดับเซลล์
-ให้สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ซึ่งมีประโยชน์ต่อขบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและขับสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีสารพิษ หรืออนุมูลอิสระในร่างกายมาก ๆ เช่น ผู้ที่อยู่ในโปรแกรมการกำจัดไขมันหรือลดน้ำหนักหรือในผู้ที่ภาวะความเครียดจากการทำงาน
-ดื่มได้ทั้งร้อน และเย็น พร้อมอาหาร หรือระหว่างมื้ออาหาร หรือทุกเมื่อยามต้องการ
นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีอย.รับรอง 70 ประเทศทั่วโลก
*จดทะเบียน อย.ในหมวดอาหาร ไม่ใช่ยา สามารถรับประทานได้ไม่จำกัดปริมาณ ยิ่งทานในปริมาณมากยิ่งเห็นผลเร็วขึ้น
*หมายเลข อย ( อยู่ในหมวดอาหาร ) คือ 10-3-07839-1-0001
-เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่น ประกอบด้วยส่วนผสมของหัวชาชั้นดี และสมุนไพรที่คัดสรรแล้ว
-ช่วยในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เปลี่ยนรูปเป็นพลังงาน ทั้งยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อและผิวหนังไว้ไม่ให้เหี่ยวย่น
-ช่วยชดเชยการออกกำลังกาย (ไม่ใช่ทดแทน) ร่างกายเราจะมีปริมาณการเผาผลาญที่สูงขึ้น ลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด
-ดื่มชาชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว จะเผาผลาญไขมันได้เท่ากับการวิ่งออกกำลังกาย 3 กิโล
-ช่วยลดส่วนเกินได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นไขมันหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา
-ช่วยลดเซลลูไลท์ที่อยู่บริเวณใต้คางหรือข้างแก้ม ทำให้หน้าเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
-ช่วยการขับสารพิษ และสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างในร่างกาย และช่วยทำความสะอาดระบบภายใน
-ช่วยในกระบวนการกำจัดไขมันคอเรสเตอรอลในหลอดเลือดซึ่งทำให้ลดภาวะความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงจากการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด
-ช่วยในการขับสารพิษ และสารอนุมูลอิสระ จึงส่งผลในการป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็งและโรคความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
-ช่วยทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เนื่องจากมีผลในการกระตุ้นการทำงานระดับเซลล์
-ให้สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ซึ่งมีประโยชน์ต่อขบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและขับสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีสารพิษ หรืออนุมูลอิสระในร่างกายมาก ๆ เช่น ผู้ที่อยู่ในโปรแกรมการกำจัดไขมันหรือลดน้ำหนักหรือในผู้ที่ภาวะความเครียดจากการทำงาน
-ดื่มได้ทั้งร้อน และเย็น พร้อมอาหาร หรือระหว่างมื้ออาหาร หรือทุกเมื่อยามต้องการ
นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีอย.รับรอง 70 ประเทศทั่วโลก
*จดทะเบียน อย.ในหมวดอาหาร ไม่ใช่ยา สามารถรับประทานได้ไม่จำกัดปริมาณ ยิ่งทานในปริมาณมากยิ่งเห็นผลเร็วขึ้น
*หมายเลข อย ( อยู่ในหมวดอาหาร ) คือ 10-3-07839-1-0001
วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553
อาหาร2ชนิดที่ไม่ควรกินร่วมกัน

อาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน บางอย่างมีประโยชน์ บางอย่างไม่มีประโยชน์ แต่คุณ ทราบหรือไม่ว่า อาหารบางอย่างที่เราทานเข้าไปทุกวันๆ เราคิดว่ามีประโยนช์มากมายนั้น บางอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด มาดูดีกว่าว่ามีอาหารชนิดไหนบ้าง
1. เหล้าขาวกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นพิษ
2. หัวไชเท้ากับเห็ดหูหนู ทั้งดำและขาว - ห้ามรับประทารด้วยกัน จะเป็นโรคผิวหนัง
3. เต้าหู้กับน้ำผึ้ง - ห้ามรับประทานด้วยกันจะทำให้หูหนวก
4. มันฝรั่งกับกล้วยทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้หน้าเป็นฝ้า
5. กล้วยกับเผือก - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้ท้องอืด
6. ถั่วลิสงกับฟักทอง - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้ทำร้ายร่างกายและลำไส้อักเสบ
7. มันเทศกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
8. มันฝรั่งกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เป็นนิ่วในท่อปัสสาวะ
9. หัวไชเท้ากับผลไม้ทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดคอพอก
10. น้ำเต้าหู้ นมสด - ห้ามใส่ไข่ เพราะจะทำให้ท้องผูกและเส้นเลือดตับ
11. ผักป๋วยเล้ง - ห้ามรับประทานกับเต้าหู้ จะทำให้เป็นนิ่วที่ไขสันหลัง
12. กล้วยมะละกอ แตงโม - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นโรคไตกับโรคเบาหวาน
13. ส้มกับมะนาว - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้กระเพาะทะลุ
14. เหล้าขาวกับเบียร์ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก
15. ปลาทุกชนิด - ห้ามต้มกับผักกาดดอง จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง
16. ขิงดอง - ห้ามเข้าตู้เย็น กินแล้วจะเป็นโรค มะเร็ง
17. น้ำเต้าหู้ - ห้ามใส่น้ำตาลแดง จะทำให้เสียวิตามิน
18. น้ำข้าว - ห้ามใส่กับนม จะทำให้เสียวิตามิน
19. น้ำผึ้ง - ห้ามชงด้วยน้ำที่ร้อนจะทำให้เสียวิตามิน
20. บวบ ซือกวย ไชเท้า - ห้ามรับประทานวันเดียวกัน จะทำให้เป็นเบาหวาน
21. มังคุดกับน้ำตาล- กินร่วนกันจะทำให้เสียชีวิต
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)